ข้ามไปที่เนื้อหา
  • การใช้งานคำสั่งต่าง ๆและการติดตั้งสคริป

    แนะนำการใช้งานคำสั่งต่าง ๆ ของสคิปภาษาต่าง ๆ เช่น PHP,Python,Linux รวมถึงการติดตั้งสคริปที่น่าสนใจ

    10 บทความ ในหมวดหมู่นี้

    1. การติดตั้ง Nextcloud ภาษาไทย

      เนื่องจาก Nextcloud เป็น open source ที่เปิดให้ทุกคนสามารถนำไปใช้งานได้ฟรี และ เข้าร่วมการแปลอย่างเป็นทางการได้ที่ TRANSIFIX เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการสำหรับการแปลภาษาซึ่งในตัวแพลตฟอร์มมีโหมดอำนวยความสะดวกสำหรับสมาชิกในการแปลทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์
      ทาง WEBTH ได้เข้าร่วมเป็นผู้แปลด้วยเช่นกัน แต่เนื่องด้วยทาง Nextcloud จะอัปเดตภาษาให้โดยการตรวจทานก่อนที่จะมีการเผยแพร่ให้ใช้งานกัน ทางเราเลยแปลแบบออฟไลน์และลองใช้ก่อนที่จะทำการนำไฟล์แปลเข้าไปร่วมกับทางแพลตฟอร์มเพื่อตรวจสอบฟังก์ชันการใช้งานในหมวดต่าง ๆ ก่อนเพื่อความถูกต้อง ทั้งนี้เมื่อทางเราแปลเสร็จจะทำการโพสต์ให้สมาชิกนำไปทดลองใช้งานก่อนเพื่อที่จะสามารถแจ้งข้อผิดพลาดหรือแนะนำการแปลเพื่อคัดกรองไปในตัว โดยการติดตั้งภาษาไทยจากทางเว็บของเรามีขั้นตอนดังนี้
      1. ท่านต้องใช้ FTP ในการเข้าถึง Folder ของภาษาในตัวสคริปของ Nextcloud

       
      2. ให้เข้าไปที่โฟลเดอร์ย่อย ซึ่งโดยหลัก ๆ แล้วทางสคริปจะเตรียมไฟล์ภาษาไว้ใน 3 โฟลเดอร์หลัก ๆ คือ
      apps core lib เมื่อเข้าไปยังโฟลเดอร์แล้วให้หาโฟลเดอร์ชื่อ l10n ซึ่งจะมีไฟล์ภาษาอยู่ในนั้น ซึ่งไฟล์ภาษาของ Nextcloud จะมี 2 ประเภท คือ Javascript และ Json ให้ทำนำไฟล์ที่ได้จาก WEBTH อัปโหลดขึ้นไปเท่านี้ภาษาไทยก็จะติดตั้งโดยอัตโนมัติ
      3. หลังจากติดตั้งแล้วสิ่งสำหรับ ถ้าเว็บไซต์ของท่านยังไม่เปลี่ยนเป็นภาษาไทย ให้ท่านทำการล้างแคชของเบอร์เซอร์ก่อน และที่สำคัญต้องตั้งค่าในแดชบอร์ดเป็นภาษาไทย
       

                 
                
      ตัวอย่างภาพภาษาไทย
       

       


      • WEBTH
      0 ความคิดเห็น
      125 ดู

      การติดตั้ง Word Press บน Docker ผ่าน Portainer

      Word Press ถือเป็น PHP Script สำเร็จรูปที่มีคนใช้ทั่วโลกจำนวนมากในบรรดา CMS เพื่อสร้างเว็บไซต์ของตนเองซึ่งท่านสามารถเลือกธีมและปลั๊กอินใช้งานตามวัตถุประสงค์ของท่าน มีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน
      ซึ่งขั้นตอนการติดตั้งก็ไม่ยุ่งยาก พร้อมทั้งทางผู้พัฒนาก็ออกเวอร์ชั่นใหม่ ๆ เพื่อปรับปรุงการใช้งานในส่วนต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา
      ทาง Webthlab ได้ทดลองติดตั้งงบน Docker โดยผ่าน Portainer จึงอยากแชร์รายละเอียดการติดตั้งเพื่อท่านใดสนใจ ตามละเอียดด้านล่าง
      1.ถ้าหากท่านยังไม่ได้ติดตั้ง Portainer สามารถติดตั้งบน docker โดยใช้คำสั่งด้านล่าง ที่สำคัญท่านต้องติดตั้ง docker-compser ก่อนการติดตั้ง portainer
      sudo curl -L "https://github.com/docker/compose/releases/download/1.29.2/docker-compose-$(uname -s)-$(uname -m)" -o /usr/local/bin/docker-compose sudo chmod +x /usr/local/bin/docker-compose sudo ln -s /usr/local/bin/docker-compose /usr/bin/docker-compose จากคำสั่งด้านบนการติดตั้งไปยังระบบเสร็จเรียบร้อย ท่านสามารถตรวจสอบเวอร์ชั่นได้จากคำสั่งด้านล่าง
      docker-compose --version ท่านสามารถดาวน์โหลด docker-composer เวอร์ชั่นล่าสุดได้ตามลิงค์ ดาวน์โหลดเวอร์ชั่นล่าสุด
      หลังจากนั้นให้ทำการติดตั้ง portainer
      cd ~/ docker run -d -p 8000:8000 -p 9000:9000 --name=portainer --restart=always -v /var/run/docker.sock:/var/run/docker.sock -v portainer_data:/data portainer/portainer หลังจากติดตั้งแล้วท่านสามารถเข้าหน้าเว็ปได้โดยใช้ port 9000 ซึ่งเป็นพอร์ตมาตรฐานของ portainer โดยไปที่ https://yourip.address:9000
      2. ให้ทำการล็อกอินเข้าระบบ ในการใช้งานครั้งแรกทางโปรแกรมจะให้เราตั้ง Username และ password เพื่อเข้าใช้งานเราก็ตั้งตามที่เราต้องการ หลังจากเข้าระบบแล้วจะเจอหน้าจอตามข้างล่าง ให้กดที่ปุ่ม Local

        3. เมื่อกดปุ่ม Local แล้วจะพบกับหน้าควบคุมดังภาพ ให้เรากดไปที่ Conatiners

      4.เมื่อเข้าไปหน้า Containers ให้เราใช้เมนูด้านซ้าย แล้วหาคำว่า Stacks แล้วตั้งชื่อตามรูป

      5. นำโค้ดด้านล่างใส่ในช่อง Web editor
      version: '2' services: db: image: percona:5.7 volumes: - db_data:/var/lib/mysql restart: always environment: MYSQL_ROOT_PASSWORD: 12345 MYSQL_DATABASE: wordpress MYSQL_USER: wordpress MYSQL_PASSWORD: 12345 networks: - my_wp_network wordpress: image: wordpress:latest ports: - 8083:80 restart: always environment: WORDPRESS_DB_HOST: db:3306 WORDPRESS_DB_USER: wordpress WORDPRESS_DB_PASSWORD: 12345 networks: - my_wp_network phpmyadmin: image: phpmyadmin/phpmyadmin ports: - 8084:80 restart: always environment: PMA_HOST: db networks: - my_wp_network volumes: db_data: #Docker Networks networks: my_wp_network: driver: bridge ***การตั้งค่า port แล้วแต่เราต้องการใช้ port แต่ที่สำคัญควรตรวจสอบก่อนว่าพอร์ตดังกล่าวไปซ้ำกับโปรแกรมอื่นหรือเปล่า ถ้าซ้ำจะไม่สามารถใช้งานได้
      6. เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้วถ้าทุกอย่างไม่ผิดพลาด เราจะได้ตัวควบคุมในการสร้าง WordPress ทั้งหมดตามด้านล่างนี้

      7. ต่อไปลองเข้าใช้งานโดยการ เข้าไปที่ http://yourip.address:8084 ปกติการทดสอบก็จะใช้เป็น http://localhost:8084 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าท่านติดตั้งโดยบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านหรือทำงานบนเซิร์ฟเวอร์

      • WEBTH
      0 ความคิดเห็น
      43 ดู

      การติดตั้ง Rapidleech

      RapidLeech เป็น Phpscript ช่วยดาวโหลดและอัปโหลดจาก Web hosting ที่ให้บริการฝากไฟล์ทั้งฟรีและแบบพรีเมี่ยม โดยตัวสคริปสามารถดาวน์โหลด, zip ไฟล์, อัปโหลด และ คุณสมบัติอื่น ๆ อีกมากอีกทั้งสามารถดาวน์โหลดไฟล์จาก Youtube, google drive ได้อีกด้วย
      ขั้นตอนการติดตั้ง RapidLeech
      1.ทำการเปิด Terminal command หรือ หากท่านทำงานบนเซิรฟเวอร์ก็ให้เข้า ssh
      2.หลังจากเปิด Command line แล้วให้เข้าไปยัง folder ที่จะทำการติดตั้งถ้าใครใช้ Ubuntu 20.04 ไฟล์ที่โฮตส์เว็บไซต์ปกติก็จะอยู่ใน /var/www ไม่ว่าเว็บเซิฟเวอร์ apache2 หรือ Nginx
      cd /var/www wget https://github.com/Th3-822/rapidleech/archive/refs/heads/master.zip unzip master.zip mv rapidleech-master rapidleech chown -R www-data:www-data rapidleech chown -R 755 rapidleech 3.หลังจากจัดการโฟร์เดอร์เสร็จแล้ว ถ้าท่านต้องการใช้งานหน้าเว็ปไซต์ก็จะต้อง ตั้งค่าเว็ปไซต์ตัวอย่างด้านล่าง
      cd /etc/apache2/sites-available nano rapidleech.conf <VirtualHost *:8081> ServerName rapid.webthlab.com DocumentRoot /var/www/rapidleech <Directory /var/www/rapidleech> Options -Indexes +FollowSymLinks +MultiViews AllowOverride All Require all granted </Directory> <FilesMatch \.php$> # 2.4.10+ can proxy to unix socket SetHandler "proxy:unix:/var/run/php/php7.4-fpm.sock|fcgi://localhost" </FilesMatch> ErrorLog ${APACHE_LOG_DIR}/error.log CustomLog ${APACHE_LOG_DIR}/access.log combined </VirtualHost> a2ensite rapidleech.conf systemctl reload apache2 4. การติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ท่านสามารถเข้าหน้าเว็ปไซต์ได้ตามที่ตั้งค่าไว้ ท่านสามามารถดูเว็บตัวอย่างที่เราติดตั้งไว้ตามลิงค์ข้างล่าง

       

      • WEBTH
      0 ความคิดเห็น
      39 ดู

      การติดตั้ง Seedbox โดย Docker

      Seedbox เป็นคลาวด์ที่ใช้ดาวน์โหลดและแบ่งปันไฟล์ประเภทบิตทอเรนท์ โดยตัวโปรแกรม หรือ Phpscript ที่นิยมใช้กันก็จะเป็น rtorrent และ Rutorrent เป็น Gui ในการใช้งานสำหรับ user. ทั้งนี้ในตัวสคริปก็มีลูกเล่นหลายอย่างได้แก่ การดาวน์โหลด, การทำสกีนชอต หรือแชร์ให้กับเพื่อน
      ทาง Webthlab ใช้สคริปตัวนี้ในการดาวน์โหลดและอัปโหลดเพื่อสะดวกในการใช้งานโดยท่านสามารถติดตั้งได้โดยตรงผ่าน PHP script แต่ในที่นี้ทางเว็บทำการติดตั้งผ่าน Docker ซึ่งขั้นตอนมีดังนี้.
      1.เปิด Terminal Command หรือ สำหรับท่านที่ทำงานบน Remote server ก็ให้ท่านเข้าได้ ssh
      2. ติดตั้งโดยใช้คำสั่งด้านล่าง
      docker run --name rutorrent -dt \ -e UID=1000 \ -e GID=1000 \ -e PORT_RTORRENT=46000 \ -e HTTP_AUTH=true \ -p 8080:8080 \ -p 46000:46000 \ -v /mnt/docker/rutorrent/config:/config \ -v /mnt/docker/rutorrent/data:/data \ mondedie/rutorrent:latest ***การตั้งค่า port แล้วแต่เราต้องการใช้ port แต่ที่สำคัญควรตรวจสอบก่อนว่าพอร์ตดังกล่าวไปซ้ำกับโปรแกรมอื่นหรือเปล่า ถ้าซ้ำจะไม่สามารถใช้งานได้
      3. เมื่อรันคำสั่งแล้ว docker จะทำการติดตั้ง rtorrent และ ruTorrent ให้เราเป็นการเสร็จสิ้น
      4. ต่อไปลองเข้าใช้งานโดยการ เข้าไปที่ http://yourip.address:8080 ปกติการทดสอบก็จะใช้เป็น http://localhost:8080 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าท่านติดตั้งโดยบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านหรือทำงานบนเซิร์ฟเวอร์
      5. ถ้าทุกอย่างไม่มีข้อผิดพลาดท่านจะเห็นหน้าเว็ปดังในรูป

      ถ้าหากท่านใช้งาน Docker เป็นประจำเราแนะนำให้ที่ติดตั้ง Portainer สำหรับจัดการการติดตั้ง Docker image ซึ่งจะค่อนข้างง่ายและทำงานด้วย Web interface หน้าตาจะเป็นแบบด้านล่างนี้


      • WEBTH
      0 ความคิดเห็น
      33 ดู

      การตั้งค่า Proxmox สำหรับ 1 ip adress ตอนที่ 1

      Proxmox เป็นตัวจัดการ Dedicate server เพื่อควบคุมการทำงานของ VPS หรือ Container สำหรับผู้เริ่มต้นและข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ เพื่อจะทดลองหรือศึกษาโค้ดต่าง ๆ ซึ่งโดยมากแล้ว Dedicate server จะมีค่าใช้จ่ายรายเดือนค่อนข้างสูง แต่ก็มีบางเจ้าที่นักพัฒนาหรือผู้เริ่มต้นนิยมใช้กันซึ่งให้บิรการในราคาไม่สูงมาก อย่างเช่น Kimsufi, Oneprovider, Soyoustart หรือ OVH เป็นต้น
      ซึ่งทางเว็บของเราได้ลองใช้บริการทั้ง 3 เจ้า Kimsufi , Oneprovider และ Soyoustart ถือว่าความเร็วและการจัดการในแผงควบคุมสะดวกเมื่อเราต้องการลง OS ใหม่และราคาก็ไม่แพง สำหรับ WEBTH.ORG เราใช้บริการของ Soyoustart ซึ่งค่าบริการค่อนข้างถูกและประสิทธิภาพถือว่าดีระดับหนึ่ง ซึ่งเราใช้บริการเพื่อทดสอบโค้ดต่าง ๆ ทั้งนี้ถ้า traffic ส่วนใหญ่ของท่านอยู่ในประเทศไทยเราไม่แนะนำให้ Host เว็บไซต์ครับ เพราะความเร็วในการเชื่อมต่อจะช้ามากเพราะ server ตั้งอยู่ในยุโรปหรือถ้าต้องการ host จริง ๆ แนะนำให้เลือกแพ็คเกจเป็น SSD หรือ SSD NVMe จะเร็วหน่อยครับ
      Kimsufi, Soyoustart จะใช้ API เชื่อมต่อกับทาง OVH เพราะฉนั้นแผงควบคุมต่าง ๆ หน้าตาค่อนข้างที่จะใกล้เคียงกัน และระบบการตรวจสอบด้าน Hardware และ การทำงานของ server จะช่วยเราได้มากในกรณีที่เราตั้งค่า (config) ผิดพลาดระบบจะมีการแจ้งเตือนและแจ้งไปยังฝ่ายเทคนิคของผู้ให้บริการทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องการแก้ไข แต่ก็ควรที่จะระมัดระวังไว้เป็นดีครับจะได้ไม่เสียเวลาในการที่เราจะทดสอบระบบของเรา.
      Soyoustart จะดีหน่อยครับเพราะเราจะได้ Network การเชื่อมต่อที่ 250Mb/s และให้ 16 Ips ฟรีจะเสียเฉพาะค่าติดตั้ง ประมาณ 1.5 ดอลล่าร์หรือประมาณ 45 บาทโดยไม่เสียค่ารายเดือน ส่วนทาง Kimsufi จะได้ความเร็วการเชื่อมต่อที่ 100Mb/s และมี IP ให้แค่ IP เดียว ซึ่งจำเป็นที่ต้องตั้งค่า Network bridge เพื่อให้ลิงก์ไปยัง local ips ซึ่งจะอธิบายในหมวดต่อไปครับ
       

      แต่ปัญหาก็คือ ผู้ให้บริการแต่ละเจ้าจะให้ IP ADDRESS มาแค่ตัวเดียว เพราะฉนั้นเวลาเราจะโฮสเว็บไซต์ด้วยและทดสอบโค้ดด้วยจึงต้องทำการปรับตั้งค่า หรือใช้ระบบ proxy ซึ่งเราจะทยอยเขียนบทความเพื่อแนะนำวิธีการใช้ต่อไป
      มาดูภาพคร่าว ๆ กันว่าหน้าตาของ Proxmox เมื่อทำการติดตั้งแล้วเป็นอย่างไร ทั้งนี้ server ที่เราเลือกใช้เพื่อทดสอบโค้ดต่าง ๆ มีรายละเอียดตามด้านล่างครับ
      Intel Xeon D-1520 - 8 CPUs/16 Thread Ram : DDR4 ECC 2133MHz Hard disk : 4x 2To HDD SATA Soft RAID Price: 26.99USD(26.99x33=890 บาท เรท USD ณ ปัจจุบัน) 1.เลือกแพ็คเกจที่ท่านต้องการใช้บริการที่เว็บไซต์ของ SOYOUSTART ทุกแพ็คเกจไม่จำกัดแบนวิทธ์จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการส่งถ่ายข้อมูล
      2.เมื่อท่านสั่งซื้อแล้วเมื่อเซิร์ฟเวอร์ติดตั้งเรียบร้อยทาง SOYOUSTART จะส่งรายละเอียดการเข้าใช้งานเซิร์ฟเวอร์พร้อมกับใบรับรองการตรวจสอบฮาร์ดแวร์มาให้เรา
      3.เมื่อเราได้ข้อมูล server เรามาแล้วก็ทำการลงชื่อเข้าไปหน้า Client Control Panel เพื่อจัดการลง OS เพื่อจัดการเซอร์เวอร์ของเรา

        4.เมื่อเข้าไปแล้วให้เลือก ปุ่ม Reinstall ระบบจะแสดง OS และตัวเลือกการ Format ในส่วนนี้เราสามารถเข้าไป command แล้วปรับแต่งภายหลังได้ หลังจากนั้นให้ท่านเลือก OS เป็น Proxmox ซึ่งเวอร์ชั่น ณ ปัจจะบันสูงสุดแค่ 6.4 ซึ่งในขณะที่เขียนบทความได้มี เวอร์ชั่น 7 ออกมาให้ใช้งานแล้วซึ่งทาง SOYOUSTART น่าจะอัปเดตเร็ว ๆ นี้
      5.ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการเข้าไปตั้งค่าทั้งหน้าเว็ปและบน server ซึ่งหน้าจอล็อคอินเป็นดังภาพด้านล่าง

        หน้าตาของ Dashboard เมื่อเข้าสู่ระบบจะเป็นประมาณดังภาพด้านล่าง

       
        ในบทความหน้าตอนที่ 2 เราจะเรียนรู้การตั้งค่า ทั้ง Front end และ Back end

      • WEBTH
      0 ความคิดเห็น
      41 ดู

      การติดตั้ง Windows 10 Pro บน Contabo VPS

      เมื่อเราทำการสั่งซื้อ VPS จาก Contabo จะมีให้เราเลือกว่าระบบ OS ที่เราต้องการติดตั้งทั้ง Linux และ Windows ซึ่งเวอร์ชั่นจะอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ แล้วแต่ท่านต้องการใช้งานระบบ OS ตัวไหน สำหรับ windows จะมีให้เลือกแค่ Windows server ตามข้อกำหนดและข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้งานตามลิขสิทธิ์ ซึ่งถ้าท่านมีแผนจะใช้ Windows Server ในการโฮตส์เว็บไซต์ก็สามารถเลือก OS Windows ได้แต่ก็จะมีค่าลิขสิทธิ์เพิ่มเติม แต่ถ้าท่านต้องการส่วนตัว Windows 10 ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมแต่ท่านต้องทำการติดตั้งเองและที่สำคัญท่านต้องมี License ของ Windows 10 ของท่านเองหรือจะใช้เป็นแบบเวอร์ชั่นทดลองโดยไม่ Activate ก็ได้
      ข้อควรพิจารณาเรื่อง License ไม่ควรใช้แบบ OEM( Original Equipment Manufacturer) ซึ่งเมื่อเราติดตั้งแล้ว License ตัวนั้นจะถูก Register ไปใน mainboard ของทาง Contabo ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าอาจจะทำให้ทางโฮสมีปัญหาเมื่อทาง Microsoft ตรวจพบหรือเปล่าทางที่ดีให้ใช้แบบ FPP(Full Package Product) ซึ่งเมื่อเราไม่ต้องการใช้แล้วก็สามารถนำไป Activate เครื่องอื่นได้
      ทำความเข้าใจก่อนการติดตั้ง ทั้งนี้ถึงเราทาง Contabo จะให้อิสระในการใช้งาน VPS ท่านอย่างเต็มที่แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทรัพยากรทั้งหมดก็ยังเป็นแบบ share อยู่เพราะฉนั้นสิ่งที่สำคัญเมื่อท่านติดตั้ง windows 10 บน VPS แล้วควรจะปรับแต่งค่าด้วยเพื่อไม่ให้ไปรบกวนท่านอื่น
      Contabo ใช้ Promox ในการจัดการ VPS เพราะฉนั้นเราสามารถที่จะเข้าไปทำงานผ่าน VNC ได้สะดวก มาดูขั้นตอนการติดตั้งกันครับ
      1. ให้ท่านเข้าไปที่หน้าแผงควบคุมแล้วไปที่ VPS control เลือก VPS ที่ท่านต้องการติดตั้ง Windows 10 หลังจากนั้นให้เลือกท่านคลิกที่ manage เพื่อดู VNC information และ VNC password นำค่าดังกล่าวไปตั้งค่าการเชื่อมต่อใน VNC viewer ถ้าหากท่านยังไม่ได้ติดตั้ง VNC viewer สามารถดาวน์โหลดได้โดยคลิก  ดาวน์โหลด VNC Viewer หลังจากนั้นให้ทำการติดตั้ง เมื่อทำการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยก็ให้ทำการตั้งค่าการเชื่อมต่อ ในที่นี่ไม่ขอลงรายละเอียดนะครับ

      2. ไปที่ช่อง Recure system แล้วกดที่รูป Floppy disk หลังจากนั้นให้เลือก OS สำหรับรัน  Recuse โหมดให้เลือกเป็น Debain 9 - Live พร้อมกับกำหนดรหัสผ่านและยืนยัน หลังจากนั้นให้กด start recure system ระบบจะทำการรีสตาร์ทใหม่

       3. เปิด VNC Viewer แล้วเชื่อมต่อกับ Session ที่เราทำการตั้งค่าไว้ เมื่อเชื่อมต่อเสร็จให้ท่านทำตามขั้นตอนใน VDO จะค่อนข้างละเอียด


      4. เมื่อท่านเข้าระบบเรียบร้อยแล้วให้คลิกเลือก Terminal และ ทำตามคำสั่งด้านในวีดีโอได้เลย ซึ่งจะเข้าได้มากกว่าการอธิบาย

       
       
      5. เมื่อท่านทำตามวีดีโอแล้วจนจบและติดตั้ง Windows 10 เสร็จเรียบร้อยมีขั้นตอนที่ต้องปรับอีกเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ VPS ของท่านแสดงตัวเลขการทำงานของระบบที่ไม่ถูกต้อง เพราะจากประสบการณ์ที่ใช้ Windows 10 ซึ่งติดตั้งผ่าน Promox การแสดงผลหน่วยความจำแรมจะสูงมากซึ่งอาจจะทำให้ทาง Contabo หยุด VPS ของท่านชั่วคราวเพราะทางโฮสต์ไม่อนุญาตให้ใช้ทรัพยากรที่เกินขึดจำกัด ให้ทำตามขั้นตอนนี้
      5.1 วิธีแก้ไข Proxmox แสดงการใช้แรมสูง
              https://www.caretech.io/2018/05/30/proxmox-and-windows-server-2016-ram-reporting/
      5.2  ถ้าหาก Remote Desktop ของท่านใช้งานแล้วค้างให้แก้ดังนี้
      ไปที่ Local Group Policy -> Administrative Templated -> Windows Component -> Remoted desktop service -> Remoted desktop session host -> Remoted session envelopment - > Use WDDM Graphic ==> disable 5.3 การเปลี่ยน port remote desktop เพื่อความปลอดภัยจากผู้ไม่ประสงค์ดี
      Port มาตรฐานของ remote desktop บน windows 10 จะเป็น port 3389 วิธีเปลี่ยนทำตามด้านล่างเลยครับอธิบายได้ละเอียดครับ
      https://www.nongit.com/blog/how-to-change-port-remote-desktop.html
      ลองทำตามแต่ละขั้นตอนดูนะครับ ถ้าติดปัญหาตรงไหนให้โพสต์สอบถามในบทความนี้ได้เลยครับ

      • WEBTH
      0 ความคิดเห็น
      94 ดู

      การอัปเกรด PHP-7.1 เป็น 7.4 ของ Feral hosting

      ปัจจุบันสคริปตัวใหม่ ๆ นักพัฒนาจะสร้างออกมาให้ลองรับ PHP รุ่นใหม่ ๆ ถึงจะทำงานได้อย่างถูกต้องเพราะรุ่นใหม่ ๆ บางคำสั่งได้การเพิ่มและเปลี่ยนแปลงจากรุ่นเก่า ๆ ดังนั้นการที่จะติดตั้งตัวสคริปได้คุณสมบัติของโฮสโดยเฉพาะ PHP สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการอัปเดต
      PHP รุ่นที่ติดตั้งบน Feral hosting จะเป็นรุ่น 7.1 ซึ่งไม่รองรับ สคริปที่ออกมารุ่นใหม่ ๆ เช่น Nextcloud, Invision community Suite เป็นต้น ดังนั้นการอัปเดตเป็นเวอร์ชั่นใหม่ย่อมรองรับการทำงานได้ดีกว่า ในการอัปเกรดจากรุ่น 7.1 เป็น 7.4 ของ Feral hosting สามารถทำตามขั้นตอนได้ดังนี้
      1. เข้าใช้งานด้วย ssh แล้วป้อนโค้ดด้านล่าง
      mkdir -p ~/bin && bash wget -qO source.tar.gz https://www.php.net/distributions/php-7.4.23.tar.gz tar xf source.tar.gz ln -s ~/sbin/php-fpm ~/.nginx/php/start ln -s ~/etc/php.ini ~/.nginx/php/php.ini ln -s -f ~/etc/php.ini php.ini ls -al php.ini 2. หลังจากติดตั้งแล้วสร้าง Symbolic Links ไปยังไฟล์ที่เราทำการติดตั้งแล้วก็ให้ทำการเปิดใช้งาน mod ต่าง ๆ ที่จำเป็นตามโค้ดด้านล่างซึ่งเราสามารถเปิดใช้งานได้ตามที่เราต้องการ
      cd php7.4 ./configure --prefix=$HOME \ --enable-bcmath \ --enable-fpm \ --with-fpm-user=www-data \ --with-fpm-group=www-data \ --enable-cgi \ --enable-mbstring \ --enable-shmop \ --enable-sockets \ --enable-sysvmsg \ --enable-sysvsem \ --enable-sysvshm \ --with-zlib \ --with-curl \ --without-pear \ --with-openssl \ --enable-pcntl \ --with-sodium \ --with-gmp \ --enable-simplexml \ --enable-xml \ --enable-xmlreader \ --enable-xmlwriter \ --enable-dom \ --with-libxml \ --enable-opcache \ --enable-intl \ --with-pear \ --enable-ftp \ --with-gettext \ --with-xmlrpc \ --with-xsl \ --with-zlib-dir \ --enable-soap \ --enable-gd \ --disable-rpath \ --enable-inline-optimization \ --with-bz2 \ --with-jpeg \ --with-freetype \ --enable-mbregex \ --enable-exif \ --with-mhash \ --with-zip \ --with-pdo-mysql \ --with-mysqli หรือท่านสามารถดาวน์โหลดไฟล์แล้วรัน bash ก็ได้เช่นกันวิธีนี้จะสะดวกและสามารถแก้ไขได้ง่าย
      phpinstall.sh
      3. หลังจากนั้นให้ทำการรีสตาร์ท  php-fpm และ nginx
      pkill -u $(whoami) -f '^php-fpm:' /usr/sbin/nginx -s reload -c ~/.nginx/nginx.conf 4. เพื่อให้การรีสตาร์ทสมบูรณ์ควรรอสัก 1 นาทีแล้วลองตรวจสอบเวอร์ชั่นเราจะเห็นเป็นเวอร์ชั่น 7.4 ที่เราได้ติดตั้งไปเป็นอันเสร็จเรียบร้อย
      php -v PHP 7.4.23 (cli) (built: Sep 14 2021 20:23:22) ( NTS ) Copyright (c) The PHP Group Zend Engine v3.4.0, Copyright (c) Zend Technologies  

      • WEBTH
      0 ความคิดเห็น
      74 ดู

      การติดตั้ง phpMyadmin เวอร์ชั่นล่าสุดบน Feral hosting

      phpMyadmin เป็นสคริปที่นิยมใช้กันในการจัดการฐานข้อมูลด้วยฟังก์ชั่นและ GUI ที่ใช้งานง่าย เราสามารถติดตั้งเวอร์ชันล่าสุดบน Feral hosting ได้ตามขั้นตอนด้านล่าง
      1. ดาวน์โหลดและติดตั้ง
      wget -qO ~/phpMyAdmin.zip https://files.phpmyadmin.net/phpMyAdmin/5.1.1/phpMyAdmin-5.1.1-all-languages.zip unzip -qo ~/phpMyAdmin.zip -d ~/ mkdir -p ~/www/$(whoami).$(hostname -f)/public_html/phpmyadmin cp -rf ~/phpMyAdmin-*-all-languages/. ~/www/$(whoami).$(hostname -f)/public_html/phpmyadmin cd && rm -rf phpMyAdmin{-*-languages,.zip} 2. ทำการ Config file โดยท่านสามารถตั้งค่าได้ 2 ทางจะปรับแต่งค่าโดยใช้ SFTP หรือ ssh ก็ได้ตามความสะดวกของเราในที่นี่ เราจะปรับแต่งโดยใช้ ssh
      cd www/your username.your sever name.feralhosting.com/public_html/phpmyadmin หลังจากนั้นให้ทำการ copy config file
      cp config.sample.inc.php config.inc.php nano config.inc.php ตัวอย่างการตั้งค่า config file
      /* Authentication type */ $cfg['Servers'][$i]['auth_type'] = 'cookie'; /* Server parameters */ $cfg['Servers'][$i]['host'] = 'localhost'; $cfg['Servers'][$i]['socket']='/media/sde1/your username/private/mysql/socket'; $cfg['Servers'][$i]['compress'] = false; $cfg['Servers'][$i]['AllowNoPassword'] = false; $cfg['PmaAbsoluteUri'] ='https://your sever.feralhosting.com/your username/phpmyadmin/'; 3. เมื่อทำการปรับแต่งค่าเรียบร้อยแล้วให้ทำการเปิดหน้าเว็บไซต์เพื่อ setup และ เริ่มใช้งาน
      https://your sever.feralhosting.com/your username/phpmyadmin/setup

      • WEBTH
      0 ความคิดเห็น
      62 ดู

      การติดตั้ง Nexcloud 23 ผ่านระบบ Linux(WSL) บน Windows 10

      บทความนี้จะมาแนะนำการติดตั้ง Nextcloud 23 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าชุดผ่านระบบ Linux บน Windows 10 หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Windows Subsystem Linux(WSL) ซึ่งทางไมโครซอฟท์ได้เพิ่มคุณสมบัติเพื่อให้นักพัฒนาใช้งาน Linux บนวินโดว์ได้ ซึ่งเราก็สามารถที่จะทำเป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์เพื่อโฮสเว็บไซต์ได้เช่นกันเช่นเดียวกับทางเราติดตั้งและใช้งาน ณ ปัจจุบัน เพื่อเอาไว้เก็บข้อมูลและทำงานระยะใกล้สะดวกและปลอดภัยทั้งนี้ท่านสามารถจัดการการทำงานร่วมกับทีมของท่านได้ แต่ต้องมีการตั้งค่าเพิ่มเติมเพื่อให้ระบบทำงานอย่างอัตโนมัติเมื่อมีการรีสตาร์ทเครื่องซึ่งเราจะอธิบายในรายละเอียดต่อไป
      เราสามารถเปิดใช้งาน WSL และติดตั้ง Nextcloud ได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
      1. ก่อนอื่นเราต้องเปิดการใช้งาน WSL เสียก่อน โดยให้ไปที่ Windows feature on/off ตามภาพเลื่อนหา Windows Subsystem for Linux แล้วกดปุ่ม OK รอสักครู่เพื่อให้ระบบทำการติดตั้ง

            

       
      2. หลักจากติดตั้งเสร็จแล้วให้เข้าไปไป Microsoft Store ค้นหาคำว่า Ubuntu หลังจากนั้นให้เลือก Ubuntu 20.04 หรือใครถนัด เวอร์ชัน 18.04 ก็ให้เลือกเวอร์ชันที่เราถนัดหลังจากนั้นก็ให้กดติดตั้ง
       

       

      3. เมื่อทำการติดตั้งเสร็จแล้วให้เปิดตัวโปรแกรมแล้วทำการอัปเดตให้ source code ต่างปรับปรุงและเป็นเวอร์ชันล่าสุด หลังจากอัปเดตแล้วให้เริ่มทำการติดตั้ง source code ต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการติดตั้ง Nextcloud ซึ่งจะประกอบไปด้วย
      Apache2 ใช้เป็น webserver Percona Mysql ตัวจัดการฐานข้อมูลซึ่งท่านสามารถเลือกติดตั้งได้หลายตัวอย่างเช่น Mysql, Mariadb แต่ทางเราถนัดใช้ Percona มากกว่าเพราะตั้งแต่ใช้งานมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่มีการ cache หรือหยุดทำงาน แถมยังมีตัวปลั๊กอินและ Engine เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน PHP7.4-fpm โค้ดควบคุมการประมวณผลของเว็บไซต์ phpMyadmin เป็น GUI สำหรับจัดการฐานข้อมูล ssh สำหรับทำงานรีโมท redis-server สำหรับ memory cache cron สำหรับกำหนดตารางการทำงานของโปรแกรม Let's Encrypt สำหรับ SSL Rclone สำหรับ mount external drive (จะอธิบายในบทความแยกต่อไปเนื่องจากต้องมีการตั้งค่าและรายละเอียดเพิ่มเติมในการติดตั้ง) 4. เริ่มต้นติดตั้งโปรแกรม
      4.1 ติดตั้ง Apache2 และ PHP7.4-fpm
      apt install apache2 apache2-doc apache2-utils libapache2-mod-php7.4 php7.4 php7.4-ldap php7.4-fpm php7.4-bcmath php7.4-gmp php7.4-common / php7.4-gd php7.4-mysql php7.4-imap php7.4-cli php7.4-cgi apache2-suexec-pristine apache2-suexec-custom mcrypt php-imagick imagemagick / libruby libapache2-mod-python libapache2-mod-fcgid php7.4 php7.4-curl php7.4-intl php-memcache php-memcached php-psr php7.4-pspell / php7.4-snmp php7.4-tidy php7.4-xmlrpc php7.4-xml memcached snmp php7.4-mbstring 4.2 ติดตั้ง Percona Mysql
      sudo apt install gnupg2 wget https://repo.percona.com/apt/percona-release_latest.$(lsb_release -sc)_all.deb sudo dpkg -i percona-release_latest.$(lsb_release -sc)_all.deb sudo percona-release setup ps80 sudo apt install percona-server-server สามารถดูรายละเอียดการติดตั้งเพิ่มเติมได้ที่   การติดตั้ง Percona Mysql Server
      4.3 ติดตั้ง Let's Encrypt, Redis-server, ssh, cron
      sudo apt install certbot python3-certbot-apache sudo apt install redis-server sudo apt install php7.4-redis sudo apt install openssh-server sudo apt install cron 5. เริ่มต้นติดตั้ง Nextcloud
      5.1 ก่อนอื่นให้เริ่มต้นเปิดโหมดการใช้งาน PHP ที่จำเป็นรวมถึง apache mod ที่จำเป็นสำหรับการติดตั้ง
      sudo a2enmod actions fcgid alias proxy_fcgi sudo a2enmod rewrite ssl headers sudo phpenmod pdo_mysql sudo apt install php7.4-ldap sudo apt -y install smbclient cifs-utils libsmbclient-dev php-dev make pecl install smbclient echo 'extension=smbclient.so' >> /etc/php/7.4/fpm/php.ini pecl install psr echo 'extension=psr.so' >> /etc/php/7.4/fpm/php.ini systemctl restart php7.4-fpm 5.2 ทำการดาวน์โหลดไฟล์ nextcloud แล้วแตกไฟล์พร้อมกับกำหนดสิทธิการเข้าถึงโฟล์เดอร์
      cd /var/www/ wget https://download.nextcloud.com/server/releases/nextcloud-23.0.0.zip unzip nextcloud-23.0.0.zip sudo chown -R www-data:www-data /var/www/nextcloud sudo chmod -R 755 /var/www/nextcloud 5.3 สร้าง config file สำหรับเว็บไซต์ ตามตัวอย่างหลังจากนั้นให้ทำการเปิดใช้งาน ณ ที่นี้จะตั้งชื่อไฟล์เป็น nexcloud.conf
      sudo nano /etc/apache2/sites-available/nextcloud.conf <VirtualHost *:80> DocumentRoot "/var/www/nextcloud" ServerName webthcloud.com ServerAlias www.webthcloud.com ErrorLog ${APACHE_LOG_DIR}/nextcloud.error CustomLog ${APACHE_LOG_DIR}/nextcloud.access combined <Directory /var/www/nextcloud/> Require all granted Options FollowSymlinks MultiViews AllowOverride All <IfModule mod_dav.c> Dav off </IfModule> SetEnv HOME /var/www/nextcloud SetEnv HTTP_HOME /var/www/nextcloud Satisfy Any </Directory> <FilesMatch \.php$> # 2.4.10+ can proxy to unix socket SetHandler "proxy:unix:/var/run/php/php7.4-fpm.sock|fcgi://localhost" </FilesMatch> </VirtualHost> หลังจากนั้นให้ทำการเปิดใช้งาน
      sudo a2ensite nextcloud.conf sudo service apache2 restart 5.4 ทำการติดตั้ง SSL
      sudo certbot --apache ให้เลือกชื่อเว็บไซต์ของเรา ณ ที่นี้เราจะเลือก webthcloud, www.webthcloud.com พร้อมทั้งให้เลือก Redirect to Https หลังจากนัันโปรแกรมจะทำการปรับแต่งไฟล์ conf ของเรา และจะเพิ่มในส่วนของไฟล์ที่เป็น Https โดยเราจะมีไฟล์ 2 ไฟล์คือ
      nextcloud.conf nextcloud-le-ssl.conf  ให้เปิดไฟล์ nextcloud-le-ssl.conf เพื่อเพิ่ม Strict-Transport-Security
      sudo nano /etc/apache2/sites-available/nextcloud-le-ssl.conf ไฟล์ nextcloud-le-ssl.conf
      <IfModule mod_ssl.c> <VirtualHost *:443> DocumentRoot "/var/www/nextcloud" ServerName webthcloud.com ServerAlias www.webthcloud.com ErrorLog ${APACHE_LOG_DIR}/nextcloud.error CustomLog ${APACHE_LOG_DIR}/nextcloud.access combined <Directory /var/www/nextcloud/> Require all granted Options FollowSymlinks MultiViews AllowOverride All <IfModule mod_dav.c> Dav off </IfModule> SetEnv HOME /var/www/nextcloud SetEnv HTTP_HOME /var/www/nextcloud Satisfy Any </Directory> <FilesMatch \.php$> # 2.4.10+ can proxy to unix socket SetHandler "proxy:unix:/var/run/php/php7.4-fpm.sock|fcgi://localhost" </FilesMatch> Include /etc/letsencrypt/options-ssl-apache.conf SSLCertificateFile /etc/letsencrypt/live/webthcloud.com/fullchain.pem SSLCertificateKeyFile /etc/letsencrypt/live/webthcloud.com/privkey.pem Header always set Strict-Transport-Security "max-age=31536000" </VirtualHost> </IfModule> เสร็จเรียบร้อยแล้วให้ทำการรีสตาร์ท apche2 และ php7.4-fpm
      sudo service apache2 restart sudo service php7.4-fpm restart 6. เมื่อทุกอย่างเตรียมเรียบร้อยเราสามารถ เข้าหน้าเว็ปไซต์เพื่อติดตั้ง Nextcloud ให้เสร็จสมบูรณ์ ในส่วนนี้ก็จะเหมือนกับการติดตั้งโปรแกรมทั่ว ๆ ไป

      • WEBTH
      0 ความคิดเห็น
      73 ดู

      การตั้งค่าให้ WSL เริ่มทำงานเมื่อ Restart เครื่อง

      เมื่อเราตัดสินใจที่จะใช้ WSL เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ ปัญหาหนึ่งที่เราจะเจอคือเมื่อเราออกจากโปรแกรม ๆ จะหยุดทำงานรวมถึงโปรแกรมต่าง ๆ ที่เราติดตั้งก็จะหยุดทำงานไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น apache, php, redis-server, cron หรือ ssh เพราะฉนั้นถ้าเราต้องการให้โปรแกรมทำงานอัตโนมัติเมื่อเครื่องรีสตาร์ท เราต้องตั้งค่าโดยใช้ระบบ service ของทาง Windows เหมือนกับโปรแกรมตัวอื่นที่เราติดตั้งบนวินโดว์ซึ่งขั้นตอนการตั้งค่ามีดังนี้ครับ
      1. ให้เราเปิด Ubuntu แล้วสร้างไฟล์เพื่อที่จะให้โปรแกรมทำงานโดยอัตโนมัติ
      sudo nano /etc/init-wsl #!/bin/sh echo initializing services service apache2 start service mysql start service php7.4-fpm start service ssh start service cron start service redis-server start 2. กำหนดสิทธิ์เพื่อให้เพื่อที่ให้ไฟล์ข้างต้นเริ่มทำงานได้
      chmod +x /etc/init-wsl 3. เปิด Task Scheduler ใน Windows 10 ท่านสามารถพิมพ์ตรงช่องค้นหาด้านล่างได้
       

       
      4. เมื่อเข้าหน้า Task schedule แล้วให้เลือก Task scheduler Liabary กด Create Task เพื่อสร้าง Task ใหม่
       

       
      5. ตั้งค่า General

       
      6. ตั้งค่า Trigger

       
      7. ตั้งค่า Actions

       
      8. ตั้งค่า Condition

       
      9. ตรงแท็บ Setting ให้ใช้ค่าที่กำหนดโดย Windows หลังจากนั้นให้กดปุ่มตกลงแล้วทำการรีสตาร์ท Windows แล้วเปิด Ubuntu ขึ้นมาแล้วตรวจสอบ status ที่เราได้ตั้งค่าไว้ใน bash scrip ถ้าการตั้งค่าต่าง ๆ ถูกต้องเราจะเห็นโปรแกรมที่เราให้เริ่มต้นมี status เป็น start
      sudo service apache2 status sudo service php7.4-fpm status sudo service redis-server status sudo service ssh status sudo srivice cron status เครดิต: WSL 2: Run Ubuntu Services on Windows 10 Startup

      • WEBTH
      0 ความคิดเห็น
      55 ดู
×
×
  • สร้างใหม่...

ข้อมูลสำคัญ

เราได้วาง คุกกี้ ไว้ในอุปกรณ์ของคุณเพื่อช่วยให้การใช้งานเว็บแห่งนี้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คุณสามารถ ปรับการตั้งค่าคุกกี้ของคุณ มิฉะนั้นเราจะถือว่าคุณโอเคที่จะดำเนินการต่อ